[S.FIC] INSIDE ME

posted on 20 Sep 2007 19:13 by sakata in Short-Fic

มิยาบิ ตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอเคยเข้าใจอะไรบ้างไหม?

ริซาโกะ...

นั่นสินะ ทั้งๆ ที่เราสองคนอยู่ใกล้ชิดกันมากถึงเพียงนี้ แต่เธอ...เธอไม่เคยเข้าใจอะไรเลย

คำพูดในตอนนั้นของเธอ มันยังคงก้องกังวานอยู่ในหัวของฉัน วันเวลาของเราที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา..มันจบลงที่ตรงนั้น ภาพของเธอที่หันหลังเดินจากไป ถึงแม้ในวันนั้นฉันอยากจะเรียกให้เธอกลับมา แต่มันคงจะสายไปแล้ว

การที่ต้องสูญเสียสิ่งมีค่า สิ่งที่ควรทะนุถนอม แต่ฉันกลับมองข้ามสิ่งเหล่านั้น ความโง่เขลาที่ฉันมีในช่วงเวลาที่ผ่านมา มันทำให้ต้องเจ็บปวดเหลือเกิน และผลลัพธ์ของมันก็ คือ คราบน้ำตาที่ไม่เคยจางหายไปจากหัวใจดวงนี้ของตัวฉันที่ยังคงจมกับอดีตที่ไม่มีวันลืมเลือนในการสูญเสียความรัก...

###

มิยาบิ!

หือ?

นั่งเหม่ออะไรอยู่ได้ ช่วยฉันทำรายงานหน่อยเถอะ อย่าเอาแต่นั่งใจลอยอยู่ได้ไหม

เอ่อ...อืม ขอโทษนะ

งั้นก็รีบๆ พิมพ์งานต่อได้แล้ว

ผ่านมาแล้วสินะ กับความทรงจำในครั้งนั้น มันผ่านมาร่วม 3 ปีแล้ว และตอนนี้ฉันก็เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 3 ที่เตรียมตัวเข้าสู่โลกของงาน แต่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเพียงไหน ฉันยังคงคิดถึงเค้า คนที่เป็นทั้งเพื่อนรัก ความรักและคนที่ฉันไม่ได้เคยถ่ายทอดความในใจด้วยเหตุผลที่ว่า ไม่กล้า และ กลัว

###

เย้! ทำรายงานเสร็จเสียที เล่นเอาปวดตา ปวดแขนไปหมดเลยดูสิ มิยาบิ

อืม งั้นฉันขอตัวกลับคอนโดเลยแล้วกัน

เดี๋ยว! นี่ก็เย็นแล้ว ทานข้าวที่บ้านฉันก่อนแล้วค่อยกลับเถอะ

แต่...

ไม่เอาน่า ลงไปทานข้าวกันเถอะ!

ฉันได้แต่ส่ายหน้าบอกเพื่อนสนิทคนใหม่ของฉัน แต่ว่าเธอกลับ...

เดี๋ยวสิ! อย่าดึงแขนสิโมโมโกะ ฉันเจ็บนะ เดี๋ยว!

ไปกันเถอะ!

เพื่อนสนิทคนใหม่ของฉันตลอดเวลา 3 ปีที่ฉันได้อยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย เธอเป็นคนสดใส ร่าเริง เสียงดังและพูดมาก แต่เธอก็เป็นคนดีที่ใครๆ ต่างพากันชื่นชอบในรอยยิ้มที่สดใสของเธอ ไม่ว่าใครจะเข้าไปทัก จะรู้จักหรือไม่รู้จักแต่เธอจะยิ้มตอบและกล่าวทักทายกลับอย่างมีไมตรีจิตเสมอ แม้ในยามที่เธอเป็นทุกข์มากเพียงใด เธอก็จะฝืนยิ้มเพื่อให้คนรอบข้างสบายใจ

แต่คุณรู้ไหมว่ามันก็เป็นเรื่องตลกเหมือนกันกับการที่ฉันได้มาพบเธอ วันแรกที่เราพบกันไม่ค่อยน่ารื่นรมย์สักเท่าไหร่นัก และฉันยังจำได้ดีเสมอว่าเป็นวันนั้นเป็นวันที่ฝนตกปรอยๆ และพื้นเฉอะแฉะเต็มไปด้วยโคลน วันนั้นฉันเดินไม่ระวังไปหน่อยเลยเผลอชนเธอเข้าอยากจังที่ด้านหลัง จนเธอหน้าทิ่มจุ่มโคลนใบหน้าและเสื้อผ้าเปรอะเปื้อนไปหมด ฉันพยายามพยุงตัวเธอขึ้นมา แต่คุณรู้ไหมว่าหลังจากที่เธอลุกขึ้นมาแล้วใบหน้าของเธอเป็นยังไง

ใบหน้าของเธอหน้ามุ่ย มีท่าทางโกรธเคืองมากๆ เธอยกนิ้วชี้หน้าฉันพร้อมแผดเสียงกระแทกใส่จนขนาดที่ฉันและคนแถวนั้นต้องยกมือขึ้นมาปิดหูทั้งสองข้างเอาไว้ก่อนที่แก้วหูจะแตก แต่ด้วยความที่ฉันเป็นคนเลือดร้อน อาจจะเพราะด้วยความเป็นวัยรุ่น ฉันก็เลยเถียงกลับไป

และสุดท้ายสิ่งที่ฉันได้รับในวันนั้นคือรอยแดงเป็นรูปฝ่ามือเล็กๆ บนใบหน้าของฉัน มันทั้งแสบทั้งคัน แต่ที่แย่กว่านั้นมันน่าอายที่ต้องถูกคนในห้องเอ่ยถามว่าโดนใครตบมา ฉันก็ได้แต่นั่งเงียบอย่างสลด แต่สายตาก็แอบเหลือบมองโมโมโกะที่เอาแต่นั่งกอดอกทำหน้าบึ้งในชุดที่เปรอะเปื้อนเต็มไปด้วยโคลน

ในตอนนั้นฉันเองก็อดคิดสงสารเธอไม่ได้ เพราะเธอเองก็ต้องตกเป็นเป้าสายตาและปากของคนที่ชอบหัวเราะคนอื่น สุดท้ายตอนเย็นฉันเลยตัดสินใจไปขอโทษเธอ แต่คุณรู้ไหม แทนที่เธอจะต่อว่าฉัน เธอกลับพูดว่า ขอโทษ เธอขอโทษฉันในเรื่องที่เธอตบหน้า เธอพูดว่าเธออารมณ์ร้อนมากเกินไปในตอนนั้น ฉันก็ได้แต่พยายามบอกเธอว่าความผิดทั้งหมดในตอนนั้นคือตัวฉันไม่ใช่เธอ แต่เธอก็ยังไม่ยอมหยุดที่จะก้มหัวให้ฉัน เราทั้งคู่ต่างฝ่ายต่างก้มหัวให้กันไปมา จนในที่สุดพอรู้ตัวอีกทีท้องฟ้าก็มืดเสียแล้ว

เราทั้งคู่เลยตัดสินใจกลับบ้าน แต่ไม่รู้เพราะอะไรฉันถึงอาสาตัวเดินไปส่งเธอ และในตอนนั้นฉันก็ได้เห็นรอยยิ้มของเธอเป็นครั้งแรก ฉันไม่รู้ว่าฉันรู้สึกยังไงกับรอย