[S.FIC] Parallel road [Gakki & Eri]

posted on 23 Sep 2008 14:36 by sakata in Short-Fic

เรื่อง : เส้นทางคู่ขนาน Parallel road



เส้นขนานสองเส้น...

คนมักพูดกันอยู่เสมอว่าชีวิตคู่ของคนเรานั้น บางคู่ก็เหมือนกับเส้นขนานที่ไม่มีวัน

บรรจบเข้าหากันได้   ฉันไม่รู้หรอกนะว่าเรื่องนั้นเป็นจริงหรือเปล่า   เพราะว่าฉันยัง

เชื่อในความมั่นคงต่อความรู้สึกของตัวเอง

ถึงแม้ว่าทั้งตัวฉันและเขาจะเป็นเหมือนดั่งเส้นขนาน ที่ใครหลายคนต่างบอกกันเสมอ

ว่าไม่มีทางเดินร่วมทางกันไปได้   แต่นั่นกลับยิ่งทำให้ฉันเชื่อมั่นในความรักที่มีระหว่าง

เรามากขึ้น

ฉันคิดอยู่เสมอ ว่าฉันเอริกะก็เป็นเพียงคนเดินดิน ที่ไม่ใส่ใจกับเสียงรอบข้างจนบางครั้ง

ค่อนข้างเป็นคนที่แสดงออกความตรงไปตรงมา จนคนไม่ค่อยชื่นชมและไม่อยากเข้าใกล้

ส่วนเธอนั้น...

ยูอิเป็นลูกผู้ดีมีตระกูล ที่ไม่น่าจะเดินร่วมทางกับคนอย่างฉันได้ เพราะเธอเปรียบเหมือน

นางฟ้า   ที่มีแต่ผู้คนยกย่องเชิดชูเธอ ราวกับตัวเธอนั้นเป็นดั่งธิดาที่ตกลงมาจากฟากฟ้า

ที่คอยมาโปรดคนอย่างฉัน   และนั่นก็คอยทำให้เราอึดอัดกับเสียงรอบข้าง ที่คอยนินทาเรา...


แต่ฉันเชื่อนะ เชื่อในความรู้สึกของตัวเอง และความรักของยูอิที่มีให้ พลังของความ

อบอุ่นที่คอยอุ้มชูตัวฉันให้มั่นคงในรักของเรา   ถึงแม้ว่าความรักนั้นจะเป็นเส้นขนาน

ที่ขีดเขียนกำหนดไว้ว่าเราคงเป็นเพียงเส้นบางๆ ที่ขีดคู่ขนานกันเรื่อยไป   และไม่มีวัน

ที่จะเอนเอียงบรรจบเข้าหากันอย่างที่ผู้คนต่างว่ากันก็ตาม   


แต่ว่าอย่างน้อย เส้นบางๆสองเส้นนั้น มันจะยังคงขีดเขียนขนาบคู่กายตลอดไปไม่ใช่หรือ?


ฉันเชื่อในความรักของฉัน ยูอิเชื่อในความรักของเธอ พวกเราเชื่อในความรักของกันและ

กัน  นั่นไม่ใช่หรือคือสิ่งสำคัญที่มีค่ามากกว่าสิ่งอื่นใด ขอเพียงที่เรายังยืนหยัดอยู่บน

เส้นแห่งความรักของตัวเอง ที่ไม่ยอมแยกห่างออกจากไป แค่นั้นก็เพียงพอสำหรับเรา...


-END-

edit @ 23 Sep 2008 14:46:20 by SAKATA

Tags: fic 0 Comments

[S.FIC] Black Diary

posted on 13 Jan 2008 18:05 by sakata in Short-Fic

 

มนุษย์อย่างเราๆนั้น ต่างก็ต้องการที่จะได้พบกับความรักที่แสนหอมหวานที่ใครๆต่างก็เฝ้ารอ  

ผู้คนมักเฝ้าฝันไว้ว่ามันจะต้องสวยหรูไปซะทุกอย่างในยามที่เรามีความรัก  จะได้พบกับความสุขที่

แท้จริงที่อีกฝ่ายมอบให้  จะได้พบกับความอบอุ่นที่แตกต่างจากครอบครัว  แต่ว่า...


ชีวิตของฉัน นัตสึยากิ มิยาบิ... กลับได้พบเป็นเพียงแค่สายลมที่บางเบาอันเปล่าเปลี่ยวราวกับสาย

ลมนั้นมันช่างห่างไกลตัวเราเสียเหลือเกิน   ความอบอุ่นที่เคยคิดว่าจะได้ มันช่างห่างไกลเกินเอื้อม

เหมือนทุกอย่างเป็นเพียงความฝันร้ายๆเพียงเรื่องหนึ่งในชีวิตที่เกิดขึ้น


สิ่งเลวร้ายที่เกิดขึ้นนั้น เป็นผลพวงจากการที่ฉันถูกลิขิตให้ตกอยู่สภาพเช่นนี้ไปตลอดการ  คนที่ฉัน

อยากจะเอ่ยคำว่ารักกับเขา  คนที่ฉันอยากจะเดินเข้าไปเกาะแขนเขา  กลับต้องมาเจอกำแพง

หนาๆคอยขวางกั้นเอาไว้ด้วยคำว่าไม่เหมาะสม 

ทั้งๆที่ฉันรักเขา...


ตลอดเวลาตั้งแต่ที่ฉันเลือกเส้นทางเดินชีวิตของฉันมาเป็นนักร้องที่เป็นอาชีพที่ผู้คนใฝ่ฝัน 

ฉันจะต้องพบกับศึกหนักที่เรียกว่า  “การถูกกำหนดเส้นทางชีวิต”  ให้เป็นในสิ่งๆหนึ่งที่บางครั้ง

ฉันไม่ต้องการ  มันไม่ใช่แค่ฉันคนเดียวหรอกนะ แม้แต่เพื่อนๆในวงของฉันเองบางครั้งก็ไม่อาจ

แสดงความเป็นตัวของตัวเองได้ตามที่ต้องการ  รวมทั้งความรู้สึกที่แอบซ่อนอยู่ภายในใจก็เช่นกัน

มันถูกปิดกั้นเอาไว้ภายในนั้นเสมอมา


โดยเฉพาะความรู้สึกระหว่างฉันกับน้องสาวคนเล็กของวงอย่างริซาโกะ ที่ทุกคนต่างผลักดันอยาก

ให้พวกเราทั้งสองคนมีความสัมพันธ์ที่มากกว่าพี่สาวกับน้องสาว  ทั้งฉันและริซาโกะต่างก็พยายาม

ที่จะหาคำมาอธิบายให้ใครๆเข้าใจแต่ว่า...  กลับไม่มีใครยอมรับฟังแม้เพียงนิดเดียว  ราวกับว่า

เสียงของพวกเรานั้นดังไปไม่ถึงใครสักคน


และผลลัพธ์จากสิ่งเหล่านั้นที่พวกเราต้องทนแบกรับต่อมา  ก็คือความในใจที่แท้จริงที่ไม่อาจ

เปิดเผยให้คนที่ต้องการได้รับฟัง   เพราะคนที่ฉันชอบจริงๆนั้นไม่ใช่ริซาโกะ  แต่เป็นอีกคนที่แฟน

คลับต่างไม่ต้องการให้ฉันเลือกเขาด้วยเหตุผลเพียงเพราะว่ามันไม่เหมาะสม


ยามที่ฉันได้ยืนอยู่ใกล้เขา  ฉันกลับทำได้เพียงแค่แกล้งฝืนยิ้มทั้งๆที่อยากพูดคุยให้มากกว่านั้น 

ในยามที่ทำงานและเห็นเขาอ่อนแรง  ฉันอยากที่จะเอาไปคอยดูแลและคอยช่วยบรรเทา  แต่ก็

ทำได้เพียงแค่เป็นห่วงอยู่ห่างๆ  ไม่อาจที่จะเข้าไปใกล้ได้มากกว่านั้น  เนื่องจากมีกำแพงขวางกัน

ระหว่างเรา


และยิ่งเวลาผ่านไปนานเข้า นานเข้า  ฉันเริ่มไม่มั่นใจว่าสิ่งที่ฉันเลือกนั้นถูกต้องหรือเปล่า

ว่าชื่อเสียงที่โด่งดังนั้น มันคุ้มค่าแล้วหรือที่จะแลกด้วยความรู้สึกที่แท้จริง

เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมานั้น  ฉันพบแต่กับความทุกข์ทรมานกับความอ่อนแอของตัวเอง

ถ้าฉันเลือกที่จะตัดความรู้สึกของตัวเองได้  ฉันคงตัดมันทิ้งออกไปนานแล้ว

แต่ฉันกลับต้องทนมันต่อไป  นั่นก็เพราะฉันมันก็แค่มนุษย์ตัวเล็กๆที่มีความรู้สึก “รัก”

สิ่งเดียวที่คอยเยียวยาความรู้สึกของฉันไว้ไม่ให้ล้มได้ในตอนนี้ 

คงมีเจ้าสมุดเล่มนี้เพียงเล่มเดียวที่ฉันคนเดียวเท่านั้นที่สามารถเปิดมัน

สมุดสีดำที่มีแต่ความเจ็บปวดของฉัน  ความรู้สึกที่อัดอั้นของฉัน

และความรักของฉัน...ที่มีให้กับเขาแต่ผู้เดียว

สึกุนากะ โมโมโกะ...

...ฉันรักเธอ

 

edit @ 13 Jan 2008 18:14:10 by SAKATA

[S.FIC] INSIDE ME

posted on 20 Sep 2007 19:13 by sakata in Short-Fic

มิยาบิ ตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอเคยเข้าใจอะไรบ้างไหม?

ริซาโกะ...

นั่นสินะ ทั้งๆ ที่เราสองคนอยู่ใกล้ชิดกันมากถึงเพียงนี้ แต่เธอ...เธอไม่เคยเข้าใจอะไรเลย

คำพูดในตอนนั้นของเธอ มันยังคงก้องกังวานอยู่ในหัวของฉัน วันเวลาของเราที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา..มันจบลงที่ตรงนั้น ภาพของเธอที่หันหลังเดินจากไป ถึงแม้ในวันนั้นฉันอยากจะเรียกให้เธอกลับมา แต่มันคงจะสายไปแล้ว

การที่ต้องสูญเสียสิ่งมีค่า สิ่งที่ควรทะนุถนอม แต่ฉันกลับมองข้ามสิ่งเหล่านั้น ความโง่เขลาที่ฉันมีในช่วงเวลาที่ผ่านมา มันทำให้ต้องเจ็บปวดเหลือเกิน และผลลัพธ์ของมันก็ คือ คราบน้ำตาที่ไม่เคยจางหายไปจากหัวใจดวงนี้ของตัวฉันที่ยังคงจมกับอดีตที่ไม่มีวันลืมเลือนในการสูญเสียความรัก...

###

มิยาบิ!

หือ?

นั่งเหม่ออะไรอยู่ได้ ช่วยฉันทำรายงานหน่อยเถอะ อย่าเอาแต่นั่งใจลอยอยู่ได้ไหม

เอ่อ...อืม ขอโทษนะ

งั้นก็รีบๆ พิมพ์งานต่อได้แล้ว

ผ่านมาแล้วสินะ กับความทรงจำในครั้งนั้น มันผ่านมาร่วม 3 ปีแล้ว และตอนนี้ฉันก็เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 3 ที่เตรียมตัวเข้าสู่โลกของงาน แต่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเพียงไหน ฉันยังคงคิดถึงเค้า คนที่เป็นทั้งเพื่อนรัก ความรักและคนที่ฉันไม่ได้เคยถ่ายทอดความในใจด้วยเหตุผลที่ว่า ไม่กล้า และ กลัว

###

เย้! ทำรายงานเสร็จเสียที เล่นเอาปวดตา ปวดแขนไปหมดเลยดูสิ มิยาบิ

อืม งั้นฉันขอตัวกลับคอนโดเลยแล้วกัน

เดี๋ยว! นี่ก็เย็นแล้ว ทานข้าวที่บ้านฉันก่อนแล้วค่อยกลับเถอะ

แต่...

ไม่เอาน่า ลงไปทานข้าวกันเถอะ!

ฉันได้แต่ส่ายหน้าบอกเพื่อนสนิทคนใหม่ของฉัน แต่ว่าเธอกลับ...

เดี๋ยวสิ! อย่าดึงแขนสิโมโมโกะ ฉันเจ็บนะ เดี๋ยว!

ไปกันเถอะ!

เพื่อนสนิทคนใหม่ของฉันตลอดเวลา 3 ปีที่ฉันได้อยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย เธอเป็นคนสดใส ร่าเริง เสียงดังและพูดมาก แต่เธอก็เป็นคนดีที่ใครๆ ต่างพากันชื่นชอบในรอยยิ้มที่สดใสของเธอ ไม่ว่าใครจะเข้าไปทัก จะรู้จักหรือไม่รู้จักแต่เธอจะยิ้มตอบและกล่าวทักทายกลับอย่างมีไมตรีจิตเสมอ แม้ในยามที่เธอเป็นทุกข์มากเพียงใด เธอก็จะฝืนยิ้มเพื่อให้คนรอบข้างสบายใจ

แต่คุณรู้ไหมว่ามันก็เป็นเรื่องตลกเหมือนกันกับการที่ฉันได้มาพบเธอ วันแรกที่เราพบกันไม่ค่อยน่ารื่นรมย์สักเท่าไหร่นัก และฉ