[S.FIC] Parallel road [Gakki & Eri]

posted on 23 Sep 2008 14:36 by sakata  in Short-Fic

เรื่อง : เส้นทางคู่ขนาน Parallel road



เส้นขนานสองเส้น...

คนมักพูดกันอยู่เสมอว่าชีวิตคู่ของคนเรานั้น บางคู่ก็เหมือนกับเส้นขนานที่ไม่มีวัน

บรรจบเข้าหากันได้   ฉันไม่รู้หรอกนะว่าเรื่องนั้นเป็นจริงหรือเปล่า   เพราะว่าฉันยัง

เชื่อในความมั่นคงต่อความรู้สึกของตัวเอง

ถึงแม้ว่าทั้งตัวฉันและเขาจะเป็นเหมือนดั่งเส้นขนาน ที่ใครหลายคนต่างบอกกันเสมอ

ว่าไม่มีทางเดินร่วมทางกันไปได้   แต่นั่นกลับยิ่งทำให้ฉันเชื่อมั่นในความรักที่มีระหว่าง

เรามากขึ้น

ฉันคิดอยู่เสมอ ว่าฉันเอริกะก็เป็นเพียงคนเดินดิน ที่ไม่ใส่ใจกับเสียงรอบข้างจนบางครั้ง

ค่อนข้างเป็นคนที่แสดงออกความตรงไปตรงมา จนคนไม่ค่อยชื่นชมและไม่อยากเข้าใกล้

ส่วนเธอนั้น...

ยูอิเป็นลูกผู้ดีมีตระกูล ที่ไม่น่าจะเดินร่วมทางกับคนอย่างฉันได้ เพราะเธอเปรียบเหมือน

นางฟ้า   ที่มีแต่ผู้คนยกย่องเชิดชูเธอ ราวกับตัวเธอนั้นเป็นดั่งธิดาที่ตกลงมาจากฟากฟ้า

ที่คอยมาโปรดคนอย่างฉัน   และนั่นก็คอยทำให้เราอึดอัดกับเสียงรอบข้าง ที่คอยนินทาเรา...


แต่ฉันเชื่อนะ เชื่อในความรู้สึกของตัวเอง และความรักของยูอิที่มีให้ พลังของความ

อบอุ่นที่คอยอุ้มชูตัวฉันให้มั่นคงในรักของเรา   ถึงแม้ว่าความรักนั้นจะเป็นเส้นขนาน

ที่ขีดเขียนกำหนดไว้ว่าเราคงเป็นเพียงเส้นบางๆ ที่ขีดคู่ขนานกันเรื่อยไป   และไม่มีวัน

ที่จะเอนเอียงบรรจบเข้าหากันอย่างที่ผู้คนต่างว่ากันก็ตาม   


แต่ว่าอย่างน้อย เส้นบางๆสองเส้นนั้น มันจะยังคงขีดเขียนขนาบคู่กายตลอดไปไม่ใช่หรือ?


ฉันเชื่อในความรักของฉัน ยูอิเชื่อในความรักของเธอ พวกเราเชื่อในความรักของกันและ

กัน  นั่นไม่ใช่หรือคือสิ่งสำคัญที่มีค่ามากกว่าสิ่งอื่นใด ขอเพียงที่เรายังยืนหยัดอยู่บน

เส้นแห่งความรักของตัวเอง ที่ไม่ยอมแยกห่างออกจากไป แค่นั้นก็เพียงพอสำหรับเรา...


-END-

edit @ 23 Sep 2008 14:46:20 by SAKATA

[S.FIC] Black Diary

posted on 13 Jan 2008 18:05 by sakata  in Short-Fic

 

มนุษย์อย่างเราๆนั้น ต่างก็ต้องการที่จะได้พบกับความรักที่แสนหอมหวานที่ใครๆต่างก็เฝ้ารอ  

ผู้คนมักเฝ้าฝันไว้ว่ามันจะต้องสวยหรูไปซะทุกอย่างในยามที่เรามีความรัก  จะได้พบกับความสุขที่

แท้จริงที่อีกฝ่ายมอบให้  จะได้พบกับความอบอุ่นที่แตกต่างจากครอบครัว  แต่ว่า...


ชีวิตของฉัน นัตสึยากิ มิยาบิ... กลับได้พบเป็นเพียงแค่สายลมที่บางเบาอันเปล่าเปลี่ยวราวกับสาย

ลมนั้นมันช่างห่างไกลตัวเราเสียเหลือเกิน   ความอบอุ่นที่เคยคิดว่าจะได้ มันช่างห่างไกลเกินเอื้อม

เหมือนทุกอย่างเป็นเพียงความฝันร้ายๆเพียงเรื่องหนึ่งในชีวิตที่เกิดขึ้น


สิ่งเลวร้ายที่เกิดขึ้นนั้น เป็นผลพวงจากการที่ฉันถูกลิขิตให้ตกอยู่สภาพเช่นนี้ไปตลอดการ  คนที่ฉัน

อยากจะเอ่ยคำว่ารักกับเขา  คนที่ฉันอยากจะเดินเข้าไปเกาะแขนเขา  กลับต้องมาเจอกำแพง

หนาๆคอยขวางกั้นเอาไว้ด้วยคำว่าไม่เหมาะสม 

ทั้งๆที่ฉันรักเขา...


ตลอดเวลาตั้งแต่ที่ฉันเลือกเส้นทางเดินชีวิตของฉันมาเป็นนักร้องที่เป็นอาชีพที่ผู้คนใฝ่ฝัน 

ฉันจะต้องพบกับศึกหนักที่เรียกว่า  “การถูกกำหนดเส้นทางชีวิต”  ให้เป็นในสิ่งๆหนึ่งที่บางครั้ง

ฉันไม่ต้องการ  มันไม่ใช่แค่ฉันคนเดียวหรอกนะ แม้แต่เพื่อนๆในวงของฉันเองบางครั้งก็ไม่อาจ

แสดงความเป็นตัวของตัวเองได้ตามที่ต้องการ  รวมทั้งความรู้สึกที่แอบซ่อนอยู่ภายในใจก็เช่นกัน

มันถูกปิดกั้นเอาไว้ภายในนั้นเสมอมา


โดยเฉพาะความรู้สึกระหว่างฉันกับน้องสาวคนเล็กของวงอย่างริซาโกะ ที่ทุกคนต่างผลักดันอยาก

ให้พวกเราทั้งสองคนมีความสัมพันธ์ที่มากกว่าพี่สาวกับน้องสาว  ทั้งฉันและริซาโกะต่างก็พยายาม

ที่จะหาคำมาอธิบายให้ใครๆเข้าใจแต่ว่า...  กลับไม่มีใครยอมรับฟังแม้เพียงนิดเดียว  ราวกับว่า

เสียงของพวกเรานั้นดังไปไม่ถึงใครสักคน


และผลลัพธ์จากสิ่งเหล่านั้นที่พวกเราต้องทนแบกรับต่อมา  ก็คือความในใจที่แท้จริงที่ไม่อาจ

เปิดเผยให้คนที่ต้องการได้รับฟัง   เพราะคนที่ฉันชอบจริงๆนั้นไม่ใช่ริซาโกะ  แต่เป็นอีกคนที่แฟน

คลับต่างไม่ต้องการให้ฉันเลือกเขาด้วยเหตุผลเพียงเพราะว่ามันไม่เหมาะสม


ยามที่ฉันได้ยืนอยู่ใกล้เขา  ฉันกลับทำได้เพียงแค่แกล้งฝืนยิ้มทั้งๆที่อยากพูดคุยให้มากกว่านั้น 

ในยามที่ทำงานและเห็นเขาอ่อนแรง  ฉันอยากที่จะเอาไปคอยดูแลและคอยช่วยบรรเทา  แต่ก็

ทำได้เพียงแค่เป็นห่วงอยู่ห่างๆ  ไม่อาจที่จะเข้าไปใกล้ได้มากกว่านั้น  เนื่องจากมีกำแพงขวางกัน

ระหว่างเรา


และยิ่งเวลาผ่านไปนานเข้า นานเข้า  ฉันเริ่มไม่มั่นใจว่าสิ่งที่ฉันเลือกนั้นถูกต้องหรือเปล่า

ว่าชื่อเสียงที่โด่งดังนั้น มันคุ้มค่าแล้วหรือที่จะแลกด้วยความรู้สึกที่แท้จริง

เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมานั้น  ฉันพบแต่กับความทุกข์ทรมานกับความอ่อนแอของตัวเอง

ถ้าฉันเลือกที่จะตัดความรู้สึกของตัวเองได้  ฉันคงตัดมันทิ้งออกไปนานแล้ว

แต่ฉันกลับต้องทนมันต่อไป  นั่นก็เพราะฉันมันก็แค่มนุษย์ตัวเล็กๆที่มีความรู้สึก “รัก”

สิ่งเดียวที่คอยเยียวยาความรู้สึกของฉันไว้ไม่ให้ล้มได้ในตอนนี้ 

คงมีเจ้าสมุดเล่มนี้เพียงเล่มเดียวที่ฉันคนเดียวเท่านั้นที่สามารถเปิดมัน

สมุดสีดำที่มีแต่ความเจ็บปวดของฉัน  ความรู้สึกที่อัดอั้นของฉัน

และความรักของฉัน...ที่มีให้กับเขาแต่ผู้เดียว

สึกุนากะ โมโมโกะ...

...ฉันรักเธอ

 

edit @ 13 Jan 2008 18:14:10 by SAKATA

[S.FIC] INSIDE ME

posted on 20 Sep 2007 19:13 by sakata  in Short-Fic

มิยาบิ ตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอเคยเข้าใจอะไรบ้างไหม?

ริซาโกะ...

นั่นสินะ ทั้งๆ ที่เราสองคนอยู่ใกล้ชิดกันมากถึงเพียงนี้ แต่เธอ...เธอไม่เคยเข้าใจอะไรเลย

คำพูดในตอนนั้นของเธอ มันยังคงก้องกังวานอยู่ในหัวของฉัน วันเวลาของเราที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา..มันจบลงที่ตรงนั้น ภาพของเธอที่หันหลังเดินจากไป ถึงแม้ในวันนั้นฉันอยากจะเรียกให้เธอกลับมา แต่มันคงจะสายไปแล้ว

การที่ต้องสูญเสียสิ่งมีค่า สิ่งที่ควรทะนุถนอม แต่ฉันกลับมองข้ามสิ่งเหล่านั้น ความโง่เขลาที่ฉันมีในช่วงเวลาที่ผ่านมา มันทำให้ต้องเจ็บปวดเหลือเกิน และผลลัพธ์ของมันก็ คือ คราบน้ำตาที่ไม่เคยจางหายไปจากหัวใจดวงนี้ของตัวฉันที่ยังคงจมกับอดีตที่ไม่มีวันลืมเลือนในการสูญเสียความรัก...

###

มิยาบิ!

หือ?

นั่งเหม่ออะไรอยู่ได้ ช่วยฉันทำรายงานหน่อยเถอะ อย่าเอาแต่นั่งใจลอยอยู่ได้ไหม

เอ่อ...อืม ขอโทษนะ

งั้นก็รีบๆ พิมพ์งานต่อได้แล้ว

ผ่านมาแล้วสินะ กับความทรงจำในครั้งนั้น มันผ่านมาร่วม 3 ปีแล้ว และตอนนี้ฉันก็เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 3 ที่เตรียมตัวเข้าสู่โลกของงาน แต่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเพียงไหน ฉันยังคงคิดถึงเค้า คนที่เป็นทั้งเพื่อนรัก ความรักและคนที่ฉันไม่ได้เคยถ่ายทอดความในใจด้วยเหตุผลที่ว่า ไม่กล้า และ กลัว

###

เย้! ทำรายงานเสร็จเสียที เล่นเอาปวดตา ปวดแขนไปหมดเลยดูสิ มิยาบิ

อืม งั้นฉันขอตัวกลับคอนโดเลยแล้วกัน

เดี๋ยว! นี่ก็เย็นแล้ว ทานข้าวที่บ้านฉันก่อนแล้วค่อยกลับเถอะ

แต่...

ไม่เอาน่า ลงไปทานข้าวกันเถอะ!

ฉันได้แต่ส่ายหน้าบอกเพื่อนสนิทคนใหม่ของฉัน แต่ว่าเธอกลับ...

เดี๋ยวสิ! อย่าดึงแขนสิโมโมโกะ ฉันเจ็บนะ เดี๋ยว!

ไปกันเถอะ!

เพื่อนสนิทคนใหม่ของฉันตลอดเวลา 3 ปีที่ฉันได้อยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย เธอเป็นคนสดใส ร่าเริง เสียงดังและพูดมาก แต่เธอก็เป็นคนดีที่ใครๆ ต่างพากันชื่นชอบในรอยยิ้มที่สดใสของเธอ ไม่ว่าใครจะเข้าไปทัก จะรู้จักหรือไม่รู้จักแต่เธอจะยิ้มตอบและกล่าวทักทายกลับอย่างมีไมตรีจิตเสมอ แม้ในยามที่เธอเป็นทุกข์มากเพียงใด เธอก็จะฝืนยิ้มเพื่อให้คนรอบข้างสบายใจ

แต่คุณรู้ไหมว่ามันก็เป็นเรื่องตลกเหมือนกันกับการที่ฉันได้มาพบเธอ วันแรกที่เราพบกันไม่ค่อยน่ารื่นรมย์สักเท่าไหร่นัก และฉันยังจำได้ดีเสมอว่าเป็นวันนั้นเป็นวันที่ฝนตกปรอยๆ และพื้นเฉอะแฉะเต็มไปด้วยโคลน วันนั้นฉันเดินไม่ระวังไปหน่อยเลยเผลอชนเธอเข้าอยากจังที่ด้านหลัง จนเธอหน้าทิ่มจุ่มโคลนใบหน้าและเสื้อผ้าเปรอะเปื้อนไปหมด ฉันพยายามพยุงตัวเธอขึ้นมา แต่คุณรู้ไหมว่าหลังจากที่เธอลุกขึ้นมาแล้วใบหน้าของเธอเป็นยังไง

ใบหน้าของเธอหน้ามุ่ย มีท่าทางโกรธเคืองมากๆ เธอยกนิ้วชี้หน้าฉันพร้อมแผดเสียงกระแทกใส่จนขนาดที่ฉันและคนแถวนั้นต้องยกมือขึ้นมาปิดหูทั้งสองข้างเอาไว้ก่อนที่แก้วหูจะแตก แต่ด้วยความที่ฉันเป็นคนเลือดร้อน อาจจะเพราะด้วยความเป็นวัยรุ่น ฉันก็เลยเถียงกลับไป

และสุดท้ายสิ่งที่ฉันได้รับในวันนั้นคือรอยแดงเป็นรูปฝ่ามือเล็กๆ บนใบหน้าของฉัน มันทั้งแสบทั้งคัน แต่ที่แย่กว่านั้นมันน่าอายที่ต้องถูกคนในห้องเอ่ยถามว่าโดนใครตบมา ฉันก็ได้แต่นั่งเงียบอย่างสลด แต่สายตาก็แอบเหลือบมองโมโมโกะที่เอาแต่นั่งกอดอกทำหน้าบึ้งในชุดที่เปรอะเปื้อนเต็มไปด้วยโคลน

ในตอนนั้นฉันเองก็อดคิดสงสารเธอไม่ได้ เพราะเธอเองก็ต้องตกเป็นเป้าสายตาและปากของคนที่ชอบหัวเราะคนอื่น สุดท้ายตอนเย็นฉันเลยตัดสินใจไปขอโทษเธอ แต่คุณรู้ไหม แทนที่เธอจะต่อว่าฉัน เธอกลับพูดว่า ขอโทษ เธอขอโทษฉันในเรื่องที่เธอตบหน้า เธอพูดว่าเธออารมณ์ร้อนมากเกินไปในตอนนั้น ฉันก็ได้แต่พยายามบอกเธอว่าความผิดทั้งหมดในตอนนั้นคือตัวฉันไม่ใช่เธอ แต่เธอก็ยังไม่ยอมหยุดที่จะก้มหัวให้ฉัน เราทั้งคู่ต่างฝ่ายต่างก้มหัวให้กันไปมา จนในที่สุดพอรู้ตัวอีกทีท้องฟ้าก็มืดเสียแล้ว

เราทั้งคู่เลยตัดสินใจกลับบ้าน แต่ไม่รู้เพราะอะไรฉันถึงอาสาตัวเดินไปส่งเธอ และในตอนนั้นฉันก็ได้เห็นรอยยิ้มของเธอเป็นครั้งแรก ฉันไม่รู้ว่าฉันรู้สึกยังไงกับรอยยิ้มนั้น แต่สิ่งที่ฉันทำก็คือยิ้มตอบ และหลังจากเหตุการณ์ในวันนั้น เราทั้งคู่ก็ได้กลายมาเป็นเพื่อนรักที่อยู่เคียงข้างกันเสมอมาจนวันนี้ แต่ว่า...

พอเข้าสู่ปี 2 มีบางสิ่งบางอย่างที่ทำให้เราสองคนต้องเปลี่ยนไป นั่นคือ การบอกรักของโมโมโกะ ฉันพูดไม่ออกเลยที่ได้ยินเช่นนั้น เพราะตลอดเวลาที่เราเป็นเพื่อนกันเธอไม่เคยแสดงออกมาสักครั้ง และในความกลัวของฉันก็ทำให้ฉันได้ตัดสินใจทำร้ายคนที่รักฉันหนึ่งคนด้วยการโกหก

ฉันตกลงคบกับเธอ ทั้งๆ ที่ตัวฉันเองยังไม่แน่ใจในความรู้สึกของตนเอง แต่สิ่งที่ฉันรู้ก็คือความกลัวที่จะเสียบางสิ่งบางอย่างไปแบบคราวก่อน ฉันกลัวมากจริงๆ มันอาจจะเป็นการเห็นแก่ตัวที่ไปเหนี่ยวรั้งบางคนเอาไว้ให้อยู่กับเรา แต่จะให้ฉันทำยังไง

แต่หลังจากนั้นไม่นานฉันก็ได้ค้นพบบางสิ่งบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในหัวใจของฉัน ถึงแม้ตอนนี้ฉันจะคบอยู่กับโมโมโกะ แต่หัวใจของฉันยังคงติดอยู่กับความรู้สึกในอดีตที่มีให้กับเพื่อนรักอย่างริซาโกะ ผู้หญิงคนแรกที่สอนให้ฉันได้รู้จักความรักและการสูญเสียที่ยากจะลืม

###

ท้องถนนที่เคยเงียบเหงา แต่พอเข้าสู่ช่วงเช้าของวันใหม่มันก็แน่ขนัดไปด้วยผู้คนที่ออกมาทำหน้าที่ของตัวเอง มันช่างเป็นวันธรรมดาๆที่แสนจะธรรมดาของเหล่ามวลมนุษย์และตัวฉัน

วันนี้ฉันต้องไปที่มหาวิทยาลัยเช่นเดิม แต่วันนี้อาจจะเช้ากว่าปกติเพราะมีนัดต้องส่งรายงานที่ฉันกับโมโมโกะช่วยกันทำมาตลอดทั้งอาทิตย์

ฉันเดินไปรอโมโมโกะอยู่ที่หน้าคอนโดเหมือนทุกวัน เพื่อรอเธอขับรถมารับและเราจะได้ไปพร้อมกัน การเดินทางที่แสนสะดวก...มันเป็นแบบนี้ตั้งแต่ที่ฉันเริ่มคบกับเธอในฐานะแฟน แต่กระนั้น...ถึงแม้ว่าเราคบกันมาเกือบ 1 ปีแล้ว แต่ฉันกลับไม่เคยพูดคำว่ารักกับเธอเลยแม้สักครั้งเดียว

ถึงแม้ฉันจะไม่เคยพูดเลยสักครั้ง แต่โมโมโกะเองก็ไม่เคยคะยั้นคะยอให้ฉันต้องพูดคำว่ารักกับเธอ เพียงประโยคเดียวที่โมโมโกะพูดไว้กับฉัน

ไว้ให้เธอพร้อมก่อน แล้วเธอค่อยบอกฉันนะ ถึงแม้เราจะคบกันอยู่ แต่เธอไม่จำเป็นต้องบอกรักฉัน จนกว่าวันที่เธอมั่นใจในหัวใจของเธอแล้วว่าเธอรักฉันจริงๆ

ประโยคที่ฉันจดจำเอาไว้จนบัดนี้ ประโยคที่เต็มไปด้วยความรู้สึกเจ็บปวด ถึงแม้ใบหน้าจะยิ้มแย้ม แต่หัวใจคงบอบช้ำไปด้วยรอยแผลของคำว่ารอคอย และในตอนนั้นฉันกลับพูดได้เพียงแค่ว่า

ขอโทษ

คำสั้นๆ ที่รู้ดีว่ามันยิ่งตอกย้ำให้ต้องทุกข์ทน แต่เธอกลับส่งยิ้มให้ฉันและบอกกับฉันว่า

ไม่เป็นไรจ้ะ ฉันจะรอ

แต่การรอคอยของเธอจะมาถึงเมื่อไหร่ หัวใจของฉันจะลืมอดีตได้เมื่อไหร่ และเมื่อไหร่ฉันจะเข้าใจในทุกสิ่งทุกอย่าง หรือฉันมันก็แค่คนเห็นแก่ตัวคนนึง ที่คอยแต่สร้างปัญหาให้กับคนอื่น ฉันมันคงเลวมากสินะที่ทำแบบนี้

ริซาโกะ...โมโมโกะ จะมีใครอีกไหมที่ต้องเจ็บปวดเพราะฉัน

ปริ้น!!!

หือ?

เหม่ออะไรอยู่ล่ะ ขึ้นรถได้แล้วมั้ง ฉันมาถึงตั้งนานแล้วนะ เดี๋ยวก็ไปสายหรอก

มันคงถึงเวลาแล้วสินะที่ฉันควรจะได้รู้เหตุผลของเธอ ว่าทำไมถึงเลือกฉันที่เป็นเพียงคนไม่จริงใจ

โมโมโกะ ฉันมีเรื่องอยากจะถามเธออย่างนึง

อะไรหรือ แต่จะถามอะไรก็ขึ้นมาบนรถก่อนได้ไหม

อืม...

ตอนนั้นฉันมองหน้าเธอครู่หนึ่ง ก่อนที่จะก้าวเท้าขึ้นรถไปนั่งอยู่ข้างๆเธอ สายตาของเธอนั้นมองมาที่ฉัน เพื่อรอฟังในสิ่งที่ฉันจะถามเธอ

โมโมโกะ ทำไมเธอถึงไม่เคยถามเกี่ยวกับอดีตของฉันเลยสักครั้ง ทั้งๆที่เธอเล่าเรื่องราวของเธอให้ฉันฟังจนหมด แต่ฉันกลับไม่เคยเล่าให้เธอเลยแม้แต่ครั้งเดียว

เรื่องนั้นเองหรือที่เธอจะถาม...อืมส์

ฉันมองเธอและรอฟังคำตอบ และสิ่งแรกที่ฉันได้เห็นก็คือ รอยยิ้มของเธอที่ปริออกมาก่อนคำตอบที่เธอจะเฉลยกับฉัน

เธอยิ้มทำไมหรือ?

ฉันเอ่ยถามเธอไปด้วยความสงสัยในรอยยิ้มของเธอ ไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าทำไมเธอถึงยังยิ้มได้ ในเมื่อฉัน...

ที่ฉันไม่ถามเธอก็เพราะว่า...อดีตของเธอจะเป็นยังไงนั้น ฉันไม่รู้หรอกและก็ไม่จำเป็นต้องรู้ด้วย

แต่...

มิยาบิ สิ่งที่มีค่ามากกว่าอดีตของเธอก็คือปัจจุบันเธออยู่กับฉัน แค่นี้มันก็เพียงพอแล้ว

ฉันรู้สึกอึดอัดกับสิ่งที่เธอตอบกลับมา ไม่ใช่เพราะว่าฉันไม่เข้าใจในความหมาย แต่เพราะว่าฉันรู้สึกว่าตัวฉันมันช่างโง่จริงๆ

มิยาบิ ถึงแม้เวลาต่อไปข้างหน้าของเราจะต้องแยกจากกันไม่ว่าจะเหตุผลใดๆ แต่อย่างน้อย...ในความทรงจำของฉันจะมีเธออยู่ในนั้น วันเวลาของความสุขที่เธอได้ให้ฉัน ไม่ใช่เพราะคำพูด แต่มันเพราะการกระทำของเธอที่คอยดูแลเอาใจใส่ฉันมาจนบัดนี้

สิ่งที่ฉันไม่เคยเข้าใจมาตลอด แต่ในตอนนี้ฉันเริ่มเรียนรู้และเข้าใจกับมัน ความรักไม่ได้ยากอะไรที่จะแสดงออก และก็ไม่ต้องกลัวด้วยว่าจะได้ผลลัพธ์กลับมาเช่นไร แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือการได้รักใครสักคน

มิยาบิ ตลอดเวลาที่ผ่านมา ฉันมีความสุขมากเลย...ขอบคุณ

คำขอบคุณของเธอทำให้ฉันสำนึก คำพูดที่ริซาโกะเคยพูดกับฉันในอดีต แต่คราวนี้เป็นโมโมโกะ

โมโมโกะ...

แต่คราวนั้นกับตอนนี้มันไม่เหมือนกัน

ฉันมีอะไรจะบอกเธอนะโมโมโกะ...

ถึงเวลาแล้ว ที่ฉันจะก้าวต่อไปยังวันข้างหน้า ไปตามเส้นทางของแสงสว่างที่จะมีคนๆนี้เดินเคียงข้าง ฉันไม่ต้องการจะเสียสิ่งมีค่าที่สุดของฉันไปอีกแล้ว ฉันจะเก็บมันเอาไว้และรักษามันเอาไว้ด้วยชีวิต

เธอจะบอกอะไรฉันหรือมิยาบิ?

ฉันจะบอกเธอ...

โมโมโกะ ตลอดที่ผ่านมานั้น ฉันอาจจะดูเป็นคนโง่เขลาที่เห็นแก่ตัวและไม่เคยเข้าใจในความรู้สึกที่เธอแบ่งปันมาให้กับฉัน

มิยาบิ...

และวันเวลาที่ผ่านมา เธอบอกรักฉันมาตลอด แต่ฉันกลับไม่เคยบอกรักเธอและก็เอาแต่พูดคำว่าขอโทษอย่างคนเห็นแก่ตัว แต่วันนี้เธอกลับทำให้ฉันรู้สึกตัวและได้เข้าใจอะไรมากขึ้น

เอ๋?

โมโมโกะ เธอสอนบางสิ่งบางอย่างให้กับฉัน...

ใช่ เธอสอนหลายสิ่งให้กับฉัน สิ่งที่มีค่ามากกว่าอะไร...

สอน? ฉันสอนอะไรงั้นหรือ

เธอสอนให้ฉันรู้จักความกล้า ความกลัวและสิ่งที่สำคัญที่สุดคือความรัก

...

ความรักที่เธอคอยแบ่งปันให้ฉัน ความกล้าที่จะพูดความรู้สึกและความกลัวที่จะเสียเธอไป

มิยาบิ...

ฉันจะก้าวเท้าอีกครั้ง เพื่อตัวฉันและเพื่อเธอ

โมโมโกะ ฉันคงจะไม่พูดคำว่ารักกับเธอ แต่สิ่งที่ฉันจะพูดในวันนี้ก็คือ...เธออยากจะอยู่เคียงข้างฉันไหม ถึงแม้เราจะแต่งงานกันไม่ได้ แต่เราจะอยู่ด้วยกันแบบนี้ตลอดไปได้ไหม

มันเป็นสิ่งที่ฉันอยากจะพูดกับเธอมากที่สุดในตอนนี้ ถึงแม้ว่ามันจะไม่ใช่คำว่ารัก แต่มันคือความรู้สึกของฉันทั้งหมดที่มีต่อเธอ

ฉันเฝ้ารอคำตอบจากเธอ แม้เวลาจะผ่านไปเท่าไหร่เธอกลับไม่พูดอะไรสักคำ หรือว่ามันอาจจะสายไปเสียแล้วงั้นหรือ ฉันคงจะต้องเสียเธอไปอีกสินะ แต่...

ไปที่ๆนึงกับฉันก่อนได้ไหมมิยาบิ

เธอเอ่ยถามฉัน ฉันไม่รู้หรอกว่าเธอจะพาไปที่ไหน รู้แต่ว่าฉันพยักหน้ารับคำขอของเธอ แม้ว่าที่แห่งนั้นอาจจะเป็นที่สุดท้ายที่เราได้ไปด้วยกัน

ระหว่างทางฉันได้แต่นั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง มองวิวทิวทัศน์ที่เคลื่อนผ่านไปด้วยความเร็วที่ไม่ต่างเลยกับเวลาที่ล่วงเลยผ่านไปของฉัน วันเวลาที่ฉันมองข้ามไปตลอดจนบัดนี้ ถึงแม้วันนี้ฉันจะกล้าพอที่จะพูด แต่คำถามของฉันก็ยังคงไม่ได้รับคำตอบจากเธอ แต่ว่าฉันก็พอใจแล้วที่ฉันได้พูดมันออกไป แม้ว่ามันจะได้ผลลัพธ์เช่นไร มันก็คุ้มค่าสำหรับคนอย่างฉันแล้ว

ถึงแล้วล่ะมิยาบิ ลงจากรถเถอะ

ฉันมองออกไปยังสถานที่ที่เธอพามา เป็นโบสถ์สีขาวที่ใช้ทำพิธีกรรมของศาสนาคริสต์ ฉันไม่รู้หรอกว่าเธอพาฉันมาที่นี่ทำไม แต่โมโมโกะคงมีเหตุผลของเธอ

เราเข้าไปข้างในกันเถอะนะ

เธอจับมือฉันเอาไว้ เราทั้งคู่เดินผ่านประตูไม้เข้าไปข้างในโบสถ์ที่เปิดประตูรอรับบางสิ่ง เดินผ่านเสาสีขาว เก้าอี้ยาวที่ถูกจัดเรียงเป็นแถว เดินตรงไปเรื่อยๆ จนในที่สุดเราก็มาหยุดยืนอยู่ที่หน้าสัญญาลักษณ์ไม้กางเขนที่เป็นตัวแทนของสิ่งศักดิ์สิทธิ์

ฉันเหลือบสายตาไปมองเธอ อยากจะถามเหลือเกินว่าพามาที่นี่ทำไม แต่ก่อนที่ฉันจะได้ถามไป เธอกลับหมุนตัวหันหน้ามาหาฉันพร้อมกับดึงมืออีกข้างของฉันไปกุมเอาไว้แน่น

มิยาบิ...

ฉันได้แต่หันหน้าเข้าหาเธอและรอฟังในสิ่งที่เธอจะพูดต่อไป มันอาจจะเป็นคำตอบของคำถามที่ฉันอยากได้ถามไปในตอนนั้น

จากนี้และตลอดไป เธอจะอยู่กับฉันไหม

เอ๋? คำถามที่ฉันเคยถามเธอไป แล้วทำไม...

ตอบฉันสิมิยาบิ ว่าเธอจะอยู่กับฉันไหม

เอ่อ...อืม

คำตอบเดียวที่ฉันจะตอบในตอนนี้ และตลอดไป ในเมื่อเธอคือคนที่ฉันอยากจะใช้ชีวิตอยู่ด้วย

ฉันรักเธอนะ

เอ่อ...ฉันเองก็รักเธอ

สิ่งที่เราแสดงออกคือ ความรู้สึกที่เราทั้งคู่มีให้กัน สัมผัสครั้งแรกที่ฉันไม่เคยได้จากใคร รอยจูบแรกที่แสนอบอุ่นเธอได้มอบให้กับฉัน อ้อมกอดของเธอที่โอบล้อมฉัน มันไม่ต่างเลยกับอ้อมกอดของพ่อแม่ที่เคยกอดฉันในยามที่ฉันเป็นเด็ก และในตอนนี้โมโมโกะ เธอคือสิ่งล้ำค่าของฉัน

โมโมโกะ...

หือ?

อนาคตของฉันต่อจากนี้คือ...เธอ

END